Care the Bear Act Now‼️ เทคนิคคู่ใจ ประหยัดไฟชาวออฟฟิศ ประหยัดพลังงาน ประหยัดเงิน

-06

Care the Bear Act Now‼️ เทคนิคคู่ใจ ประหยัดไฟชาวออฟฟิศ ประหยัดพลังงาน ประหยัดเงิน

เพื่อน ๆ ชาวออฟฟิศเคยสงสัยกันไหมว่า พลังงานไฟฟ้าที่ถูกใช้ในออฟฟิศของเราแต่ละวันนั้นสูญเสียไปเท่าไหร่บ้าง และมาจากการที่เราใช้งานทั้งหมดหรือเป็นการสูญเสียพลังงานจากพฤติกรรมการละเลยของเราบ้างหรือเปล่านะ?

วันนี้พี่หมีอยากชวนทุกคนมาสำรวจการใช้ไฟฟ้าในออฟฟิศเรากันว่ามีส่วนไหนที่ทำให้เปลืองค่าไฟและเป็นภาระต่อโลกกันหรือเปล่านะ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสภาพเก่า หรือสกปรกจนทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายิ่งทำงานหนักกว่าเดิม รวมถึงกำลังการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ควรจะต้องเหมาะสมกับพื้นที่ด้วย

เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าลืมมาร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใกล้ตัวที่เริ่มได้จากที่ออฟฟิศของเรากัน! ตรวจสอบและปรับเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัวเพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าและเอื้อต่อการประหยัดพลังงานและพลังเงินกันเถอะ!

-01

#เลือกหลอดไฟที่ใช่ นอกเหนือจากการปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ใช้แล้ว การเลือกรูปแบบหลอดไฟให้เหมาะสมกับพื้นที่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

สิ่งหนึ่งที่เราควรดูคือจำนวนวัตต์ เพราะยิ่งวัตต์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะตามขึ้นไปด้วย ส่งผลให้เกิดการเปลืองไฟโดยใช่เหตุได้ หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ายิ่งวัตต์สูงก็จะยิ่งให้แสงสว่างสูง แต่บอกเลยว่าผิด! เพราะจริง ๆ แล้วจะต้องคำนึงถึงค่าลูเมนที่บอกปริมาณแสงของหลอดไฟด้วย 

#หันมาใช้หลอดLED ตัวเลือกใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ข้อดีคือเจ้าหลอด LED นี้ มีอายุการใช้งานนานกว่าหลอดทั่วไป ไม่มีรังสี UV ทำร้ายผิว และที่สำคัญประหยัดไฟได้มากถึง 80% เมื่อเทียบการใช้พลังงานระหว่างหลอดไฟ LED และหลอดไฟทั่วไปนั้นพบว่า ในการให้แสงสว่าง 400 ลูเมนนั้น LED จะกินไฟเพียง 5 วัตต์ ในขณะที่หลอดไส้ทั่วไปใช้ไฟถึง 100 วัตต์เลยทีเดียว

#เลือกแสงไฟให้ตอบโจทย์ นอกจากปริมาณความสว่างแล้ว สีของหลอดไฟที่ต่างกันมักจะให้อารมณ์ ความรู้สึกและฟังก์ชั่นการใช้งานที่ต่างกันไป แสงหลอดไฟถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ สี Warm white, สี Cool white และสี Day light ซึ่งสีที่เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศคือสี Cool white เนื่องจากแสงประเภทนี้มีการผลิตแสงสีน้ำเงินที่รบกวนสายตาน้อยที่สุด และได้แสงอยู่ในระดับสดใส โทนอุ่นด้วย จึงไม่เป็นอันตรายต่อสายตาของมนุษย์เรา

ทั้งนี้ก็อย่าลืมจัดไฟในการทำงานให้เพียงพอด้วยนะ เพราะสุดท้ายแล้ว หากประหยัดพลังงานแต่ไม่ตอบโจทย์กับสุขภาพก็ไม่ดีแน่ ๆ จ้า

-02

เปิดแอร์แบบเย็นใจค่าไฟไม่พุ่งปรี๊ด 

#อุณหภูมิที่พอเหมาะ หลายคนอาจสงสัยว่าการเปิดแอร์พร้อมพัดลมนั้นช่วยประหยัดไฟได้จริงหรอ? คำตอบคือ ประหยัดไฟได้จริง! โดยหลักคือควรเปิดแอร์ที่ 27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมควบคู่กันเพื่อเพิ่มความถ่ายเทของอากาศในห้อง เพราะยิ่งปรับที่อุณหภูมิสูง เครื่องปรับอากาศก็ยิ่งประหยัดลงเพราะเครื่องทำงานน้อยลงเท่านั้น

#ตั้งเวลาเปิดปิด อีกหนึ่งการลดใช้พลังงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราอาจนึกไม่ถึงในช่วงที่อากาศไม่ได้ร้อนมากนัก เราอาจตั้งเวลาไว้ก่อนตื่นนอน ออกจากห้อง หรือเลิกงานสัก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมงก็ได้ เพื่อประหยัดการใช้พลังงานและให้เครื่องปรับอากาศได้พักการใช้งาน ที่สำคัญ ความเย็นยังคงอยู่แต่ไม่เปลืองพลังงานแน่นอน

เช็คตำแหน่งคอมเพรสเซอร์แอร์ มาลองเช็คตำแหน่งตู้คอมเพรสเซอร์แอร์ก่อนหน่อยดีกว่าว่าส่วนกินไฟอยู่รึเปล่า? ตำแหน่งที่ดีนั้นควรอยู่ในพื้นที่ร่วม อากาศถ่ายเทดีและไม่อับ รวมถึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่แจ้งหรือดาดฟ้าที่รับแสงโดยตรงด้วยเพราะจะทำให้เครื่องร้อนและทำงานหนักกว่าเดิม

-03

#ไม่ปล่อยพลังงานไหลทิ้ง 

#ปล่อยให้คอมพ์ได้พัก เวลาพักทานข้าวหรือออกไปประชุมแล้วเพื่อน ๆ ทำอย่างไรกับคอมพิวเตอร์บ้างนะ? หากไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานานก็ควรปิดให้คอมพิวเตอร์ได้พัก อย่าปล่อยพลังไฟไหลทิ้งนะทุกคน! หากไม่ได้ใช้งานเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไปก็ควรจะปิดคอมพ์ก่อนออกไปทำธุระ หรือถ้าหากไปแว๊บเดียวก็ลองเปลี่ยนมาตั้งค่า 'Sleep Mode' แทนได้ ข้อมูลหน้าจอทั้งหลายก็จะยังอยู่ แถมยังช่วยลดการใช้พลังงานไปได้ด้วย 

แต่ แต่ ทั้งนี้ การเปิดโหมด Sleep ก็ยังพบว่าใช้พลังงานถึง 60% อยู่ทีเดียว ดังนั้นแล้วก็อย่าลืมเลือกวิธีที่เหมาะสมกันด้วยนะ หากไม่ใช้เป็นเวลานานก็ปิดเครื่องแทนการเปิดโหมด Sleep ก็จะดีกว่านะชาวออฟฟิศ

#หยุดเสียบปลั๊กทิ้งไว้พลังงานไหลโดยใช่เหตุ อีกพฤติกรรมหนึ่งที่หลายคนคุ้นเคยแต่ยังละเลยคือการเสียบปลั๊กทิ้งไว้! เปลืองไฟจริงหรอ? คำตอบคือจริงแท้แน่นอนเลยทีเดียว เพราะการที่เราเสียบปลั๊กทิ้งไว้แปลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นยังคงทำงานอยู่เพื่อรอรับคำสั่งหรือตอบสนองเวลาเรากดสวิตช์เปิดเครื่อง

ที่สำคัญ ยังเป็นการป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรอันนำไปสู่เหตุอัคคีภัยได้อีกด้วย อัคคีภัยอาจเกิดไ้ด้ทั้งอุบัติเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจรและการใช้งานที่ไม่รัดกุมอย่าง เช่น การเสียบปลั๊กหลวมก็อาจก่อให้เกิดความร้อนและเป็นประกายไฟได้ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กหลายชนิดพร้อมกัน 

-05

#เก่าไปเปลี่ยนใหม่เถอะ 

#เลือกใช้ของปลอดภัยและประหยัด อันดับแรกคือเลือกดูเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสติกเกอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะฉลากนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานที่ได้มาตรฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งในฉลากก็จะมีระดับเบอร์ 1-5 แสดงเอาไว้ให้ได้เห็น ยิ่งตัวเลขมากเท่าไหร่ ยิ่งประหยัดไฟได้เท่านั้น

#การทำความสะอาด ที่สำคัญคือการหมั่นเช็คสภาพเครื่องใช้ไฟฟ้าของคุณให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ เช่น เครื่องปรับอากาศก็ควรหมั่นล้างและทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ โดยทั่วไปควรล้างแอร์ทุก ๆ 6 เดือน และทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุก 2 สัปดาห์ เพื่อยืดอายุการใช้งานและไม่ให้สกปรกจนเพิ่มภาระเครื่องให้ทำงานหนักจนเกินไป รวมถึงตู้เย็นที่ควรทำความสะอาดช่องแช่แข็งบ่อย ๆ ไม่ให้เกิดก้อนน้ำแข็งเกาะ และไม่ควรใส่อาหารมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ความเย็นทำงานได้ไม่ทั่วถึงได้

เพราะการใช้พลังงานไฟฟ้าของมนุษย์ทุกวันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ดังนั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ควรลงมือแก้ไขและปรับเปลี่ยนในทันที มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่กับ Care The Bear Change The Climate Change ด้วยกัน เพื่อโลกนี้ที่น่าอยู่อย่างยั่งยืนได้ต่อไป 

หากองค์กรไหน หรือใครสนใจ สามารถติดตามข้อมูลและร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ Care the Bear ได้ที่ : www.carethebear.com
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ติดต่อ ได้ที่ : SocialDevelopmentDepartment@set.or.th

อ้างอิง
https://erdi.cmu.ac.th/?p=2994
https://www.daikin.co.th/en/service-knowledge/การบำรุงรักษาแผ่นกรองอ/
https://www.pea.co.th/ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า/ArtMID/606/ArticleID/863/วิธีใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด
https://www.dha.co.th/th/news/ข่าวสารด้านคอมพิวเตอร์/514-วิธีประหยัดไฟฟ้าเล็กน้อย-แต่ช่วยลดค่าไฟได้มาก.html
https://energy.mfu.ac.th/slide-energy-pic4.php