โครงการ Care the Bear

         ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่ของโลกใบนี้ ซึ่งมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก เห็นได้จากความถี่และความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก จึงเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศทั่วโลกที่ต้องเร่งแก้ปัญหา

          จากข้อมูลของ Climate Watch Data ซึ่งได้รายงานเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมานี้ ได้สรุปข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2559 ว่าทุกประเทศทั่วโลกได้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 49,358.03 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e)  และประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึง 417.24 MtCO2e คิดเป็นอันดับที่ 20 ของโลกมีสัดส่วน 0.85% ของทั้งโลก และเป็นลำดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ได้แก่ จีน (11,576.87 MtCO2e) รองลงมาเป็นสหรัฐอเมริกา (5,833.49 MtCO2e)  ซึ่งทั้ง 2 ประเทศนี้มีสัดส่วนมากกว่า 35% ของทั้งโลก สำหรับในประเทศไทยภาคที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดคือภาคพลังงาน ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดถึง 63.96% รองลงมาคือภาคการเกษตร 15.32% ภาคอุตสาหกรรม 12.91% และภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน 4.79% และการจัดการของเสีย 3.02% และในปี พ.ศ. 2559 ประเทศไทย มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ยต่อคนที่ 6.33 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tonCO2e) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานของประชากรโลกเพียง 4.81% ซึ่งปล่อยอยู่ที่ 6.65 tonCO2e นับได้ว่าเป็นต้นเหตุของสภาวะโลกร้อน  ซึ่งการแก้ปัญหานี้จะเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมต้องมีการประเมินและวัดผลได้ ดังนั้นการทราบถึงปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ  ของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้พลังงาน การเกษตร การพัฒนาและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การขนส่ง การตัดไม้ทำลายป่า หรือแม้กระทั่งการจัดงานอีเว้นท์ที่ต้องมีการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งส่วนของการจัดงานและการพักแรม การเดินทางของผู้เข้าร่วมงาน การใช้พลังงานในการปรุงอาหาร สิ่งเหลือทิ้งจากการจัดงาน ล้วนเป็นเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตและนับวันปัญหาดังกล่าวก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น           

unnamed-11_1 ctb

 
            ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงริเริ่มโครงการ “Care the Bear” ช่วยกันลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากการจัดงาน อีเว้นท์ เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากการจัดกิจกรรมขององค์กร และนำมาวิเคราะห์ผลเพื่อนำไปวางแผนการดำเนินงานเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และด้านการจัดการได้ และนำไปสู่การสร้างผลลัพธ์ทางสังคมที่ดี ได้อย่างเป็นรูปธรรม

          โดยตั้งแต่ปี 2561 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับองค์กรพันธมิตรกว่า 50 องค์กร  ส่งเสริมให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการจัดประชุม สัมมนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม “Eco-Event” ด้วย 6 กิจกรรมง่าย ๆ โดยสามารถคำนวนการลดก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมดังกล่าวผ่านทาง website ในหัวข้อ Activities & Event *และเปรียบเทียมปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้กับจำนวนต้นไม้ที่ใช้ในการดูดซับก๊าซเรือนกระจก   โดยผลที่ได้จาการคำนวณดังกล่าวสามารถนำไปเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) / รายงานความยั่งยืน ต่อไป

* องค์กรใดที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการจะไม่สามารถเข้าไปกรอกข้อมูลในสูตรการคำนวณการลดก๊าซเรือนกระจกได้ 

ที่มา  :  ข้อมูลจาก climate watch data เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 โดยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้เป็นข้อมูลล่าสุดในปี 2016 (พ.ศ. 2559) ซึ่งเป็นข้อมูลอ้างอิงในปี 2559  ปีเดียวกันทั้งหมด โดยมี Link ข้อมูลอ้างอิง ดังนี้ 
https://www.climatewatchdata.org/ghg-emissions
http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/01.aspx
https://www.google.com/publicdata/explore?ds=d5bncppjof8f9_&met_y=sp_pop_totl&idim=world:Earth&hl=th&dl=th

ภาคธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการ

รู้จัก โครงการ Care the Bear